ตอนที่ 2

เรื่องราวในตอนที่ 2 ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า สภาตอน ดำเนินต่อจากตอนแรกโดยจับเรื่องต่อจากตอนที่ พวกเจ้าปาณฑพซึ่งก่อตั้งอาณาจักรของตัวเองโดยมีกรุงอินทรปีสถ์เป็นเมืองหลวงประสบความสำเร็จขยายอำนาจและอิทธิพลของตนออกไปได้ มีประชาชนและผู้คนให้การสนับสนุนเป็ฌนจำนวนมาก และในที่สุดยุธิฐิระก็ประกาศสถานภาพของตนว่าบัดนนี้ได้เป็นจักรพรรดิแล้ว อันมีความหมายว่าเป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่เหนือพระราชาแว่นแคว้นอื่น

ในการนี้ทางราชสำนักกรุงอินทรปรัสถ์ได้เชื้อเชิญพระราชาจากแว่นแคว้นใกล้เคียงกัน ใหมาร่วมพิธีบวงสรวง ราชศูรยะ เพื่อเฉลืมพระเกียรติ การดำเนินดารดังกล่าวของพวกปาณฑพเป็นไปท่ามกลางความอิจฉาริษยาและเกลียดชังของพวกเการพเป็นอันมาก และเพื่อเป็นการตอบโต้และลดทอนอิทธิพลของพวกปาณฑพ ท้าวศกุนิผู้เป็นลุงของทุรโยธน์ ได้แนะนำให้ใช้วิธีเชิญท้าวยุธิษฐิระมาเล่นเกมทอดสกาพนันกัน เพราะศกุนิซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนมีวิชาในกาเล่นสกา เชื่อว่าตัวเองจะเอาชนะและสร้างความอับอายให้กับพวกปาณฑพได้

ท้าวธฤตราษฎร์ผู้เป็นพ่อของทุรโยธน์ ได้รับการร้องขอให้เอ่ยปากชวนยุธิษฐิระมาเล่นสกากัน แม้ว่าในตอนแรกท้าวธฤตราษฎร์จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับเล่ห์กลดังกล่าว แต่ในที่สุดก็ทำตามคำขอร้องของทุรโยธน์ โดยให้ท้าววิฑูรเป็นคนเชิญให้ยุธิษฐิระมาเล่นสกากันที่กรุงหัสตินาปุระ

การเล่นทอดสกาเกิดขึ้นภายในอาคารที่ประชุมที่เรียกว่า สภา และเรื่องสำคัญเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้จึงทำให้ตอนที่ 2 ของมหากาพย์มหาภาระมีชื่อว่า สภาตอน ในการเล่นทอดสกาเพื่อพนันขันต่อกันนั้น ปรากฎว่ายุธิษฐิระปราชัยอย่างย่อยยับต้องเสียทรัพย์สมบัติ อัญมณี เครื่องประดับที่มีค่า รถม้าศึก ข้าทาสบริวาร ช้างม้า และในท้ายที่สุดยุธิษฐิระได้ขอเดิมพันด้วยอาณาจักรที่ตนเองปกครอง ซึ่งก็เสียพนันอีก ยุธิฐิระซึ่งบัดนี้ตกอยู่ในภาวะอันบ้าคลั่งของการพนันขันต่อก็เอาตัวเองและพี่น้องปาณฑพอีกสี่คนเป็นเดิมพัน แต่ก็แพ้อีกและถูกยั่วยุจากทุรโยธน์กับศกุนิให้ใช้พระนางเทราปทีเป็นเดิมพัน ยุธิษฐิระต้องการเอาชนะให้ได้ ก็ตงลงเดิมพันด้วยพระนางเทราปทีและต้องพ่ายแพ้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อพ่ายแพ้ ทุรโยธน์ก็บังคับให้ส่งตัวพระนางเทราปทีซึ่งมีฐานะเป็นทาสจากการพนันให้ แต่พระนางเทราปทีไม่ยอมมาปรากฏตัว ทำให้ทุหศาสันลุแก่โทสะไปจิกหัวลากตัวมาจากที่พัก และนำตัวมายังที่ประชุมในสภา การกระทำย่ำยีครั้งนี้ทำให้ภีมะทนไม่ได้ประกาศก้องกลางที่ประชุมให้สัตย์สาบานว่าจะฉีกอกทุหศาสันเพื่อดื่มเลือดสดๆ ถ้าหากจะต้องทำสงครามล้างอายในวันข้างหน้า ส่วนทุรโยธน์ซึ่งล่วงเกินพระนางเทราปที โดยบังคับให้มานั่งบนตักนั้น ภีมะก็ประกาศว่าจะล้างแค้นด้วยการจะใช้คทาทุบสะโพกของทุรโยธน์ให้หักสะบั้น

เมื่อเหตุการณ์รุนแรงลุกลามบานปลายมาจนถึงขั้นนี้ ท้ายธฤตราษฎร์ก็เข้ามาไกล่เกลี่ยตามคำร้องขอของพระนางเทราปที ท้าวธฤตราษฎร์ให้ยุติการเล่นพนันกินบ้านกินเมืองแล้วสั่งให้ทุรโยธน์ส่งมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ยุธิษฐิระแพ้พนันกลับคืนให้จนหมดสิ้นเพื่อให้เลิกแล้วต่อกัน แต่ทุรโยธน์ซึ่งยังไม่หายแค้นก็ยังดันทุรังขอให้ท้ายธฤตราษฎร์ผู้เป็นบิดาซึ่งเป็นคนอ่อนไหวโลเล และตามใจลูกชายให้เชิญยุธิษฐิระมาเล่นพนันทอดสกาเป็นครั้งสุดท้าย คราวนี้ตกลงกันว่าถ้าหากใครแพ้คนนั้นจะต้องลี้ภัยเป็นเวลาสิบสองปี และจะต้องซ่อนตัวไม่ให้ใครพบเห็นในปีที่สิบสามอีกหนึ่งปี ก่อนจะกลับมาอยู่อย่างปกติในปีที่สิบสี่ ยุธิษฐิระแพ้พนันและต้องลี้ภัยตามข้อตกลงที่ทำไว้กับทุรโยธน์