ตอนที่ 11

เรื่องราวในบรรพนี้มีชื่อเรียกว่า สตรีบรรพ ซึ่งก็ตรงกับเนื้อหาส่วนใหญ่ที่สตรีเป็นผู้ได้รับทุกข์โศกจากสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตรต้องรับเคราะห์กรรมที่เกิดขึ้น

เมื่อสงครามยุติลงพวกปาณฑพได้พบกับท้าวธฤตราษฎร์และพระนางคานธี ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเการพที่หลงเหลืออยู่เพียงสองคนก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี และลืมความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นแต่หนหลังจนหมดสิ้น

หลังจากนั้นบรรดาสตรีจากราชสำนักก็เดินทางออกจากกรุงหัสตินาปุระ ไปยังสมรภูมิรบพร้อมๆกันในการเดินทางไปยังสมรภูมิรบนั้น พระนางคานธีซึ่งเป็นแม่ของพวกพี่น้องเการพทั้งหนึ่งร้อยคน ซึ่งผูกผ้าปิดตามองไม่เห็นอะไรได้ฟังคำอธิบายถึงภาพอันเลวร้ายที่ลูกชายทั้งหมดนอนตายกลางสนามรบโดยมีสุนัขจิ้งจอก และสัตว์กินเนื้ออื่นๆ มาแทะศพจนแหลกเหลว บรรดาลูกสะใภ้ของพระนางคานธารีต่างก็ร้องไห้ระงมกับศพของสามีแต่ละคน สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจให้กับพระนางคานธารีอย่างมากและถึงจุดๆหนึ่ง พระนางคานธารีก็หันมาทางกฤษณะพร้อมกับโทษว่ากฤษณะเป็นต้นตอของเรื่อง และโทษว่ากฤษณะไม่พยายามยุติความเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งๆที่สามารถทำได้ พร้อมกับสาปแช่งกฤษณะว่านับจากนี้ไปเป็นเวลาสามสิบหกปีกฤษณะกับบรรดาญาติพวกตระกูลยาทพจะต้องรบราฆ่าฟันกันเอง และสำหรับตัวกฤษณะนั้นพระนางคานธารี สาปให้ต้องรับกรรมด้วยการซัดเซพเนจรเข้าไปในป่าและจบชีวิตลงในป่าคนเดียวอย่างโดเดี่ยว

เมื่อทุกคนคลายความเศร้าโศกตัดใจลงได้ การทำพิธีศพให้กับทุกคนก็ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ส่วนคนที่รอดตายจากสงครามก็พักผ่อนและล้างบาปกรรมของตัวเองด้วยการบำเพ็ญโยคะอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

นักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญมหากาพย์มหาภารตะบางท่านให้ความเห็นว่า เรื่องราวของมหากาพย์มหาภารตะที่เล่าขานในอดีตน่าจะจบลงที่บรรพนี้คือบรรพที่ 11 แต่ที่งอกหรือยืดยาวออไปอีก 7 บรรพนั้น เชื่อว่าน่าจะเป็นการแต่งเสริมเพิ่มเข้าเมื่อเวลาผ่านไป จริงเท็จเป็นประการใดเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันเอาเอง